มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เดินหน้ายกระดับการศึกษาด้านการแพทย์ฉุกเฉิน จับมือสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ลงนามบันทึกความร่วมมือ พร้อมเปิด “ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน” เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การวิจัย และการพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉิน รองรับการดูแลประชาชนในจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือตอนบนอย่างเป็นระบบ
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายและสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) พร้อมเปิดป้าย “ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย” ณ อาคารหอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ไพโรจน์ ด้วงนคร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน
ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, นางสาวจิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ดร.ภิณญาภัค อินอารยธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายพิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือและเป็นสักขีพยานในความร่วมมือครั้งสำคัญ
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการผลิตกำลังคนด้านการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรฉุกเฉินการแพทย์บัณฑิตและหลักสูตรที่เกี่ยวข้องให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ พร้อมยกระดับแหล่งฝึกปฏิบัติทั้งในสถานพยาบาลและภาคสนาม เสริมสร้างศักยภาพอาจารย์ บุคลากร และพี่เลี้ยงในแหล่งฝึก ตลอดจนผลักดันงานวิจัย นวัตกรรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการแพทย์ฉุกเฉินในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
การจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย” จะเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญของภาคการศึกษาและหน่วยงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพ พัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ที่มุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพ สร้างนวัตกรรม และขับเคลื่อนเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานระดับประเทศ เพื่อยกระดับระบบสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมในอนาคต